เดี๋ยวนี้มือถือเราแทบจะเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ไปแล้ว แอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็ดาหน้ากันเข้ามาให้เราโหลดใช้กันอย่างไม่หยุดหย่อน แต่รู้หรือไม่ว่าในบรรดาแอปเหล่านั้น อาจมีแอปแฝงที่จ้องจะขโมยข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่ดูดเงินในบัญชีเราไปแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ!
เคยสังเกตไหมว่าบางแอปที่เราโหลดมานั้น ขอ permission แปลกๆ ที่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับการทำงานของแอปเลย หรือบางทีแบตเตอรี่ก็หมดเร็วกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ใช้งานอะไรหนักหนา อาการเหล่านี้แหละ คือสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่ามือถือของเราอาจกำลังตกอยู่ในอันตรายจากแอปพลิเคชั่นที่ไม่น่าไว้ใจด้วยเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว AI ก็มีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น แต่ในขณะเดียวกัน มิจฉาชีพก็ใช้ AI ในการสร้างแอปหลอกลวงที่ซับซ้อนและแนบเนียนยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นการสังเกตอาการผิดปกติของมือถือจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินของเราจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆมาดูกันให้ชัดๆ ว่าเราจะสังเกตและรับมือกับแอปพลิเคชั่นที่น่าสงสัยเหล่านี้ได้อย่างไร?
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปเรียนรู้กันอย่างละเอียดในบทความด้านล่างนี้เลย!
ภัยร้ายใกล้ตัว! สัญญาณเตือนภัยจากแอปพลิเคชั่นอันตรายที่คุณอาจมองข้าม
สังเกตอาการผิดปกติของมือถือ รู้ทันแอปพลิเคชั่นจอมดูดเงิน

1. แบตเตอรี่หมดไวกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
เคยไหม? ที่รู้สึกว่าแบตเตอรี่มือถือหมดเร็วกว่าที่เคย ทั้งๆ ที่วันนั้นไม่ได้เล่นเกมส์หนักๆ หรือเปิดแอปอะไรค้างไว้เป็นเวลานาน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีแอปพลิเคชั่นบางตัวกำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยที่เราไม่รู้ตัว แอปเหล่านี้อาจกำลังขุดเหรียญคริปโต, ส่งข้อมูลส่วนตัวของเรากลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ หรือแม้แต่แอบถ่ายรูป/วิดีโอเพื่อเก็บข้อมูลของเราอยู่ก็เป็นได้!
แบตเตอรี่ที่หมดเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นสัญญาณแรกๆ ที่เราควรใส่ใจเป็นพิเศษ
2. เครื่องหน่วง อืด ทำอะไรก็ช้าไปหมด
อาการเครื่องหน่วง อืด หรือค้าง เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับมือถือของเรา ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าเรากำลังเล่นเกมส์อยู่ แล้วจู่ๆ เกมส์ก็กระตุก หรือตอนที่เรากำลังพิมพ์แชทอยู่ แล้วตัวอักษรก็ขึ้นช้ากว่าที่เราพิมพ์ นั่นอาจเป็นเพราะมีแอปพลิเคชั่นบางตัวกำลังใช้ทรัพยากรเครื่องของเราอยู่มากเกินไป ทำให้ CPU และ RAM ทำงานหนัก จนส่งผลให้เครื่องของเราทำงานช้าลง หากเจออาการแบบนี้บ่อยๆ อย่าเพิ่งโทษว่ามือถือเราเก่าแล้ว ลองสำรวจแอปพลิเคชั่นในเครื่องดูก่อน อาจเจอตัวการที่ทำให้เครื่องหน่วงก็ได้
3. อยู่ๆ ก็มีโฆษณาเด้งขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดแอปอะไรเลย
“เฮ้ย! โฆษณาอะไรเนี่ย? มาได้ยังไง?” ถ้าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แสดงว่ามือถือของเราอาจติด Adware เข้าให้แล้ว Adware คือโปรแกรมที่แฝงตัวมากับแอปพลิเคชั่นต่างๆ แล้วคอยแสดงโฆษณาต่างๆ ขึ้นมาบนมือถือของเรา ไม่ว่าเราจะกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม ซึ่งนอกจากจะสร้างความรำคาญแล้ว Adware บางตัวยังอาจเป็นอันตราย เพราะอาจนำเราไปสู่เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย หรือหลอกให้เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นถ้าเจอโฆษณาเด้งขึ้นมาแบบงงๆ รีบหาสาเหตุและกำจัดมันออกไปโดยด่วน
ส่องพฤติกรรมต้องสงสัย Permission แปลกๆ ที่แอปขอ
1. แอปไฟฉายขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ? มันใช่เรื่องไหม?
ลองจินตนาการว่าเรากำลังจะโหลดแอปไฟฉายมาใช้ แต่พอติดตั้งเสร็จ แอปดันขอ permission ในการเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อของเราซะงั้น! แบบนี้มันแปลกๆ แล้วใช่ไหมล่ะ?
แอปไฟฉายมันจะเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อเราไปทำไม? หรือบางทีแอปแต่งรูป อาจขอ permission ในการเข้าถึงตำแหน่ง GPS ของเรา ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันเลย Permission แปลกๆ เหล่านี้แหละ คือสัญญาณเตือนว่าแอปนั้นอาจมีเจตนาแอบแฝง ดังนั้นก่อนที่จะกดอนุญาต permission อะไรก็ตาม ลองคิดทบทวนดูให้ดีก่อน ว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
2. อ่านรีวิว ตรวจสอบ Rating ก่อนโหลดเสมอ
ก่อนที่เราจะตัดสินใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นอะไรก็ตาม การอ่านรีวิวและตรวจสอบ Rating เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม รีวิวจากผู้ใช้งานจริง จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของแอปนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่ามันดีจริงหรือไม่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรือมีใครเคยเจอประสบการณ์แย่ๆ กับแอปนี้บ้างไหม Rating ก็เป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ที่สำคัญ ถ้าแอปไหนมี Rating ต่ำ หรือมีรีวิวในแง่ลบเยอะๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง หรืออย่างน้อยก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
3. สังเกต Developer ให้ดี ใครเป็นผู้สร้างแอป?
นอกจากรีวิวและ Rating แล้ว การตรวจสอบ Developer หรือผู้พัฒนาแอป ก็เป็นสิ่งที่เราควรทำก่อนดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ลองสังเกตดูว่า Developer นั้นมีชื่อเสียงหรือไม่ เคยพัฒนาแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หรือมีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจนหรือไม่ ถ้า Developer เป็นใครก็ไม่รู้ ไม่มีข้อมูลอะไรเลย หรือมีชื่อแปลกๆ ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนั้น
จัดการสิทธิ์ (Permission) แอปอย่างชาญฉลาด ป้องกันข้อมูลรั่วไหล
1. เข้าไปดู Permission ที่แอปต่างๆ ได้รับอนุญาต แล้วจัดการซะ!
รู้หรือไม่ว่าเราสามารถเข้าไปดูได้ว่าแอปพลิเคชั่นแต่ละตัวในมือถือของเรา ได้รับอนุญาต permission อะไรไปบ้าง? และเรายังสามารถจัดการ permission เหล่านั้นได้ด้วย!
ลองเข้าไปที่ Settings> Apps> เลือกแอปที่ต้องการ > Permissions แล้วดูว่าแอปนั้นได้รับอนุญาต permission อะไรไปบ้าง ถ้าเจอ permission ที่ไม่สมเหตุสมผล หรือไม่จำเป็นต่อการทำงานของแอป ก็สามารถปิด permission นั้นได้เลย เช่น ถ้าแอปเครื่องคิดเลข ขอ permission เข้าถึงกล้อง เราก็สามารถปิด permission กล้องของแอปนั้นได้
2. ไม่อนุญาต Permission พร่ำเพรื่อ คิดให้ดีก่อนกด Allow
เวลาที่เราติดตั้งแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ แอปมักจะขอ permission ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในมือถือของเรา สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่อนุญาต permission พร่ำเพรื่อ ต้องคิดให้ดีก่อนกด Allow ว่า permission นั้นจำเป็นต่อการทำงานของแอปหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรอนุญาต เพราะการอนุญาต permission มากเกินไป อาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราตกอยู่ในความเสี่ยงได้
3. ปิด Location Service เมื่อไม่ใช้งาน ป้องกันแอปแอบสะกดรอย
Location Service หรือบริการระบุตำแหน่ง เป็นอีกหนึ่ง permission ที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมันสามารถเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ของเราได้ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าไม่ได้ใช้งาน Location Service ก็ควรปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แอปพลิเคชั่นต่างๆ แอบสะกดรอยตามเรา หรือเก็บข้อมูลตำแหน่งของเราไปโดยที่เราไม่รู้ตัว
เคล็ดลับดูแลมือถือให้ปลอดภัย ห่างไกลแอปพลิเคชั่นอันตราย
1. อัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) และแอปพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
การอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) และแอปพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัยของมือถือของเรา เพราะการอัปเดตมักจะมาพร้อมกับการแก้ไขช่องโหว่ต่างๆ ที่อาจถูกแฮกเกอร์ใช้ในการโจมตี ดังนั้นอย่าละเลยการอัปเดต เพราะมันจะช่วยปกป้องมือถือของเราจากภัยคุกคามต่างๆ ได้
2. ติดตั้งแอปพลิเคชั่นจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น Play Store / App Store ปลอดภัยกว่า
แหล่งที่มาของแอปพลิเคชั่นที่เราดาวน์โหลด ก็มีผลต่อความปลอดภัยของมือถือของเราเช่นกัน เราควรติดตั้งแอปพลิเคชั่นจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เช่น Play Store สำหรับ Android และ App Store สำหรับ iOS เพราะแอปพลิเคชั่นที่อยู่ใน Store เหล่านี้ มักจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว ต่างจากแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดจากแหล่งอื่นๆ ที่อาจมีมัลแวร์แฝงตัวอยู่
3. ติดตั้งแอป Anti-Virus ช่วยสแกน ป้องกันภัยร้าย
การติดตั้งแอป Anti-Virus ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยปกป้องมือถือของเราจากแอปพลิเคชั่นอันตรายได้ แอป Anti-Virus จะช่วยสแกนหาไวรัส มัลแวร์ และภัยคุกคามอื่นๆ ที่อาจแฝงตัวอยู่ในแอปพลิเคชั่นต่างๆ และแจ้งเตือนให้เราทราบ หากพบสิ่งผิดปกติ
เมื่อรู้ว่าโดนเข้าแล้ว! วิธีรับมือแอปพลิเคชั่นจอมแสบ
1. ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชั่นต้องสงสัยทันที
ถ้าเราสงสัยว่ามีแอปพลิเคชั่นตัวไหนที่อาจเป็นอันตราย สิ่งแรกที่เราควรทำคือการถอนการติดตั้งแอปนั้นทันที โดยเข้าไปที่ Settings> Apps> เลือกแอปที่ต้องการ > Uninstall แล้วทำตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอ
2. เปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) ของบัญชีสำคัญทั้งหมด
หลังจากที่ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชั่นต้องสงสัยแล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือการเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) ของบัญชีสำคัญทั้งหมด เช่น อีเมล, Social Media, Internet Banking เพราะแอปพลิเคชั่นอันตรายบางตัว อาจขโมยรหัสผ่านของเราไปได้
3. แจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดี
ถ้าเราคิดว่าเราได้รับความเสียหายจากแอปพลิเคชั่นอันตราย เช่น ถูกดูดเงินในบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เราสามารถแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (บก.ปอท.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้
สรุปวิธีป้องกันตัวเองจากแอปพลิเคชั่นอันตราย
| ข้อควรทำ | ข้อควรระวัง |
| ————————————- | ————————————- |
| สังเกตอาการผิดปกติของมือถือ | Permission แปลกๆ ที่แอปขอ |
| อ่านรีวิว ตรวจสอบ Rating ก่อนโหลดเสมอ | Developer ที่ไม่น่าเชื่อถือ |
| จัดการสิทธิ์ (Permission) แอปอย่างชาญฉลาด | ไม่อนุญาต Permission พร่ำเพรื่อ |
| อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชั่นเสมอ | ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ |
| ติดตั้งแอป Anti-Virus | |การป้องกันตัวเองจากแอปพลิเคชั่นอันตราย ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราใส่ใจและระมัดระวังในการใช้งานมือถือของเรา ก็สามารถลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้แล้ว อย่าลืมนำเคล็ดลับที่ได้เรียนรู้ในบทความนี้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มือถือของเราปลอดภัย และข้อมูลส่วนตัวของเราไม่ตกอยู่ในมือของคนร้ายภัยร้ายใกล้ตัว!
สัญญาณเตือนภัยจากแอปพลิเคชั่นอันตรายที่คุณอาจมองข้าม
สังเกตอาการผิดปกติของมือถือ รู้ทันแอปพลิเคชั่นจอมดูดเงิน
1. แบตเตอรี่หมดไวกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
เคยไหม? ที่รู้สึกว่าแบตเตอรี่มือถือหมดเร็วกว่าที่เคย ทั้งๆ ที่วันนั้นไม่ได้เล่นเกมส์หนักๆ หรือเปิดแอปอะไรค้างไว้เป็นเวลานาน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีแอปพลิเคชั่นบางตัวกำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยที่เราไม่รู้ตัว แอปเหล่านี้อาจกำลังขุดเหรียญคริปโต, ส่งข้อมูลส่วนตัวของเรากลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ หรือแม้แต่แอบถ่ายรูป/วิดีโอเพื่อเก็บข้อมูลของเราอยู่ก็เป็นได้! แบตเตอรี่ที่หมดเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นสัญญาณแรกๆ ที่เราควรใส่ใจเป็นพิเศษ
2. เครื่องหน่วง อืด ทำอะไรก็ช้าไปหมด
อาการเครื่องหน่วง อืด หรือค้าง เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับมือถือของเรา ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าเรากำลังเล่นเกมส์อยู่ แล้วจู่ๆ เกมส์ก็กระตุก หรือตอนที่เรากำลังพิมพ์แชทอยู่ แล้วตัวอักษรก็ขึ้นช้ากว่าที่เราพิมพ์ นั่นอาจเป็นเพราะมีแอปพลิเคชั่นบางตัวกำลังใช้ทรัพยากรเครื่องของเราอยู่มากเกินไป ทำให้ CPU และ RAM ทำงานหนัก จนส่งผลให้เครื่องของเราทำงานช้าลง หากเจออาการแบบนี้บ่อยๆ อย่าเพิ่งโทษว่ามือถือเราเก่าแล้ว ลองสำรวจแอปพลิเคชั่นในเครื่องดูก่อน อาจเจอตัวการที่ทำให้เครื่องหน่วงก็ได้
3. อยู่ๆ ก็มีโฆษณาเด้งขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดแอปอะไรเลย
“เฮ้ย! โฆษณาอะไรเนี่ย? มาได้ยังไง?” ถ้าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แสดงว่ามือถือของเราอาจติด Adware เข้าให้แล้ว Adware คือโปรแกรมที่แฝงตัวมากับแอปพลิเคชั่นต่างๆ แล้วคอยแสดงโฆษณาต่างๆ ขึ้นมาบนมือถือของเรา ไม่ว่าเราจะกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม ซึ่งนอกจากจะสร้างความรำคาญแล้ว Adware บางตัวยังอาจเป็นอันตราย เพราะอาจนำเราไปสู่เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย หรือหลอกให้เราดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นถ้าเจอโฆษณาเด้งขึ้นมาแบบงงๆ รีบหาสาเหตุและกำจัดมันออกไปโดยด่วน
ส่องพฤติกรรมต้องสงสัย Permission แปลกๆ ที่แอปขอ
1. แอปไฟฉายขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ? มันใช่เรื่องไหม?
ลองจินตนาการว่าเรากำลังจะโหลดแอปไฟฉายมาใช้ แต่พอติดตั้งเสร็จ แอปดันขอ permission ในการเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อของเราซะงั้น! แบบนี้มันแปลกๆ แล้วใช่ไหมล่ะ? แอปไฟฉายมันจะเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อเราไปทำไม? หรือบางทีแอปแต่งรูป อาจขอ permission ในการเข้าถึงตำแหน่ง GPS ของเรา ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันเลย Permission แปลกๆ เหล่านี้แหละ คือสัญญาณเตือนว่าแอปนั้นอาจมีเจตนาแอบแฝง ดังนั้นก่อนที่จะกดอนุญาต permission อะไรก็ตาม ลองคิดทบทวนดูให้ดีก่อน ว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่
2. อ่านรีวิว ตรวจสอบ Rating ก่อนโหลดเสมอ
ก่อนที่เราจะตัดสินใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นอะไรก็ตาม การอ่านรีวิวและตรวจสอบ Rating เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม รีวิวจากผู้ใช้งานจริง จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของแอปนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่ามันดีจริงหรือไม่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรือมีใครเคยเจอประสบการณ์แย่ๆ กับแอปนี้บ้างไหม Rating ก็เป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ที่สำคัญ ถ้าแอปไหนมี Rating ต่ำ หรือมีรีวิวในแง่ลบเยอะๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง หรืออย่างน้อยก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
3. สังเกต Developer ให้ดี ใครเป็นผู้สร้างแอป?
นอกจากรีวิวและ Rating แล้ว การตรวจสอบ Developer หรือผู้พัฒนาแอป ก็เป็นสิ่งที่เราควรทำก่อนดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ลองสังเกตดูว่า Developer นั้นมีชื่อเสียงหรือไม่ เคยพัฒนาแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หรือมีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจนหรือไม่ ถ้า Developer เป็นใครก็ไม่รู้ ไม่มีข้อมูลอะไรเลย หรือมีชื่อแปลกๆ ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนั้น
จัดการสิทธิ์ (Permission) แอปอย่างชาญฉลาด ป้องกันข้อมูลรั่วไหล
1. เข้าไปดู Permission ที่แอปต่างๆ ได้รับอนุญาต แล้วจัดการซะ!
รู้หรือไม่ว่าเราสามารถเข้าไปดูได้ว่าแอปพลิเคชั่นแต่ละตัวในมือถือของเรา ได้รับอนุญาต permission อะไรไปบ้าง? และเรายังสามารถจัดการ permission เหล่านั้นได้ด้วย! ลองเข้าไปที่ Settings> Apps> เลือกแอปที่ต้องการ > Permissions แล้วดูว่าแอปนั้นได้รับอนุญาต permission อะไรไปบ้าง ถ้าเจอ permission ที่ไม่สมเหตุสมผล หรือไม่จำเป็นต่อการทำงานของแอป ก็สามารถปิด permission นั้นได้เลย เช่น ถ้าแอปเครื่องคิดเลข ขอ permission เข้าถึงกล้อง เราก็สามารถปิด permission กล้องของแอปนั้นได้
2. ไม่อนุญาต Permission พร่ำเพรื่อ คิดให้ดีก่อนกด Allow
เวลาที่เราติดตั้งแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ แอปมักจะขอ permission ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในมือถือของเรา สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่อนุญาต permission พร่ำเพรื่อ ต้องคิดให้ดีก่อนกด Allow ว่า permission นั้นจำเป็นต่อการทำงานของแอปหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรอนุญาต เพราะการอนุญาต permission มากเกินไป อาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเราตกอยู่ในความเสี่ยงได้
3. ปิด Location Service เมื่อไม่ใช้งาน ป้องกันแอปแอบสะกดรอย
Location Service หรือบริการระบุตำแหน่ง เป็นอีกหนึ่ง permission ที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมันสามารถเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ของเราได้ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าไม่ได้ใช้งาน Location Service ก็ควรปิดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แอปพลิเคชั่นต่างๆ แอบสะกดรอยตามเรา หรือเก็บข้อมูลตำแหน่งของเราไปโดยที่เราไม่รู้ตัว
เคล็ดลับดูแลมือถือให้ปลอดภัย ห่างไกลแอปพลิเคชั่นอันตราย
1. อัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) และแอปพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
การอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) และแอปพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัยของมือถือของเรา เพราะการอัปเดตมักจะมาพร้อมกับการแก้ไขช่องโหว่ต่างๆ ที่อาจถูกแฮกเกอร์ใช้ในการโจมตี ดังนั้นอย่าละเลยการอัปเดต เพราะมันจะช่วยปกป้องมือถือของเราจากภัยคุกคามต่างๆ ได้
2. ติดตั้งแอปพลิเคชั่นจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น Play Store / App Store ปลอดภัยกว่า
แหล่งที่มาของแอปพลิเคชั่นที่เราดาวน์โหลด ก็มีผลต่อความปลอดภัยของมือถือของเราเช่นกัน เราควรติดตั้งแอปพลิเคชั่นจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เช่น Play Store สำหรับ Android และ App Store สำหรับ iOS เพราะแอปพลิเคชั่นที่อยู่ใน Store เหล่านี้ มักจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว ต่างจากแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดจากแหล่งอื่นๆ ที่อาจมีมัลแวร์แฝงตัวอยู่
3. ติดตั้งแอป Anti-Virus ช่วยสแกน ป้องกันภัยร้าย
การติดตั้งแอป Anti-Virus ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยปกป้องมือถือของเราจากแอปพลิเคชั่นอันตรายได้ แอป Anti-Virus จะช่วยสแกนหาไวรัส มัลแวร์ และภัยคุกคามอื่นๆ ที่อาจแฝงตัวอยู่ในแอปพลิเคชั่นต่างๆ และแจ้งเตือนให้เราทราบ หากพบสิ่งผิดปกติ
เมื่อรู้ว่าโดนเข้าแล้ว! วิธีรับมือแอปพลิเคชั่นจอมแสบ
1. ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชั่นต้องสงสัยทันที
ถ้าเราสงสัยว่ามีแอปพลิเคชั่นตัวไหนที่อาจเป็นอันตราย สิ่งแรกที่เราควรทำคือการถอนการติดตั้งแอปนั้นทันที โดยเข้าไปที่ Settings> Apps> เลือกแอปที่ต้องการ > Uninstall แล้วทำตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอ
2. เปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) ของบัญชีสำคัญทั้งหมด
หลังจากที่ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชั่นต้องสงสัยแล้ว สิ่งที่เราควรทำต่อไปคือการเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) ของบัญชีสำคัญทั้งหมด เช่น อีเมล, Social Media, Internet Banking เพราะแอปพลิเคชั่นอันตรายบางตัว อาจขโมยรหัสผ่านของเราไปได้
3. แจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดี
ถ้าเราคิดว่าเราได้รับความเสียหายจากแอปพลิเคชั่นอันตราย เช่น ถูกดูดเงินในบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เราสามารถแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ (บก.ปอท.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้
สรุปวิธีป้องกันตัวเองจากแอปพลิเคชั่นอันตราย
| ข้อควรทำ | ข้อควรระวัง |
| ————————————- | ————————————- |
| สังเกตอาการผิดปกติของมือถือ | Permission แปลกๆ ที่แอปขอ |
| อ่านรีวิว ตรวจสอบ Rating ก่อนโหลดเสมอ | Developer ที่ไม่น่าเชื่อถือ |
| จัดการสิทธิ์ (Permission) แอปอย่างชาญฉลาด | ไม่อนุญาต Permission พร่ำเพรื่อ |
| อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชั่นเสมอ | ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ |
| ติดตั้งแอป Anti-Virus | |
การป้องกันตัวเองจากแอปพลิเคชั่นอันตราย ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราใส่ใจและระมัดระวังในการใช้งานมือถือของเรา ก็สามารถลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้แล้ว อย่าลืมนำเคล็ดลับที่ได้เรียนรู้ในบทความนี้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มือถือของเราปลอดภัย และข้อมูลส่วนตัวของเราไม่ตกอยู่ในมือของคนร้าย
บทสรุป
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงภัยร้ายจากแอปพลิเคชั่นอันตรายมากขึ้น อย่าลืมนำเคล็ดลับที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ เพื่อให้การใช้งานมือถือของเราปลอดภัยและสนุกยิ่งขึ้นนะคะ ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาได้เลยค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์
1. ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปต่างๆ ใน Facebook, Instagram และ LINE เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
2. ระมัดระวังการคลิกลิงก์ที่ส่งมาใน SMS หรืออีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจเป็นลิงก์ฟิชชิ่งที่หลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว
3. ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายากและแตกต่างกันสำหรับแต่ละบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์เข้าถึงบัญชีทั้งหมดของเราได้
4. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อยู่เสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงใหม่ๆ ของมิจฉาชีพ
5. หากสงสัยว่ามือถือของเราติดมัลแวร์ ให้รีบทำการ Factory Reset เพื่อล้างข้อมูลทั้งหมด และติดตั้งแอป Anti-Virus ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ
1. สังเกตอาการผิดปกติของมือถือ เช่น แบตหมดไว เครื่องหน่วง หรือมีโฆษณาเด้งขึ้นมา
2. ตรวจสอบ Permission ที่แอปขอ และไม่อนุญาต Permission พร่ำเพรื่อ
3. ติดตั้งแอปจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และอัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชั่นเสมอ
4. หากรู้ว่าโดนแอปอันตรายเล่นงาน ให้รีบถอนการติดตั้งแอป เปลี่ยนรหัสผ่าน และแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์
5. ใช้แอป Anti-Virus ช่วยสแกนและป้องกันภัยร้าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าแอปไหนที่กำลังแอบดูดข้อมูลส่วนตัวของเรา?
ตอบ: สังเกตง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าจู่ๆ แบตหมดเร็วกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เล่นอะไรเยอะ หรือเวลาเข้าแอปอะไรสักอย่างแล้วมันขอ permission แปลกๆ ที่ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน อย่างเช่น แอปไฟฉายขอดู contact list อะไรแบบนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะ ลองเข้าไปดูใน setting ของมือถือ แล้วเช็ค permission ของแต่ละแอปดู ถ้าเจออะไรผิดปกติก็จัดการถอนการติดตั้งไปเลยค่ะ
ถาม: ถ้าเผลอกดเข้าไปในลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาใน SMS หรือ LINE แล้วต้องทำยังไง?
ตอบ: ตั้งสติก่อนเลยค่ะ! อย่าเพิ่งตกใจ ถ้ายังไม่ได้กรอกข้อมูลส่วนตัวอะไรลงไป ก็ถือว่ายังโชคดีอยู่ ให้รีบปิด Browser นั้นทิ้งทันที แล้วเคลียร์ cache กับ history ใน Browser ด้วย หลังจากนั้นให้ scan ไวรัสในมือถือสักหน่อยเพื่อความสบายใจ และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าโหลดแอปอะไรก็ตามที่ลิงก์นั้นแนะนำเด็ดขาด!
ถาม: มีวิธีป้องกันไม่ให้โดนแอปดูดเงินในบัญชีไหม?
ตอบ: ข้อนี้สำคัญมาก! อย่ากดลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาทาง SMS หรือ LINE เด็ดขาด! โดยเฉพาะลิงก์ที่บอกว่าให้ยืนยันข้อมูลส่วนตัว หรือให้ใส่รหัส OTP อะไรพวกนั้น อย่าไปเชื่อ!
และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าโหลดแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ให้โหลดจาก Play Store หรือ App Store เท่านั้น และก่อนจะโหลดอะไร ให้ดูรีวิว ดูคะแนนเรตติ้งก่อนเสมอ ถ้าแอปไหนมีแต่รีวิวแย่ๆ ก็อย่าไปเสี่ยงโหลดเลยค่ะ
📚 อ้างอิง
Wikipedia Encyclopedia
구글 검색 결과
구글 검색 결과
구글 검색 결과
구글 검색 결과
구글 검색 결과






